หมูสับปะรด

posted on 23 Jun 2010 15:20 by ben-jantima

เครื่องปรุง
       

       
เนื้อหมูส่วนสันนอก 1/2 กิโลกรัม
       เกลือป่น 1 ช้อนชา
       พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
       ผงปรุงรส 1/4 ช้อนชา
       ไข่ไก่ตีพอแตก 1 ฟอง
       สับปะรด 1/2 ผลเล็ก
       ผงขนมปังป่น 1/2 ถ้วยตวง
       น้ำมันพืช
       

       วิธีทำ
       
       เริ่มจากนำเนื้อหมูมาหั่นเป็นแนวขวางให้หนาประมาณ 2 เซนติเมตร จะได้เนื้อหมู 4 ชิ้น แต่ละชิ้นกรีดตรงกลางชั้นให้เป็นร่อง จากนั้นผสมเกลือ พริกไทย และผงปรุงรสเข้าด้วยกัน จากนั้นนำ สับปะรดมาปอกแล้วฝานเป็นแว่นแบ่งครึ่ง คว้านเอาแกนออก แล้วสอดชิ้นสับปะรดใส่ร่องเนื้อหมูที่กรีดเตรียมไว้ ใช้ไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟันเสียบปากร่องอย่าให้ชิ้นสับปะรดหลุดได้
       
       ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากๆใช้ไฟปานกลาง เมื่อน้ำมันร้อนนำชิ้นหมูลงชุบไข่ แล้วเกลือกด้วยผงขนมปังป่น ทอดจนเนื้อหมูสุกและเหลืองดีทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้น ให้สะเด็ดน้ำมันกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆหรือเสิร์ฟกับมันฝรั่งทอดแบบเฟรนช์ฟรายก็ได้

 
 

กำจัดคราบสกปรกสีเหลือง ๆ ที่ติดอยู่บนปกเสื้อและตามขอบแขนของเสื้อ

คราบเหลือง ๆ ที่ติดอยู่ตามปกเสื้อและขอบของแขนเสื้อนั้น ซักเท่าไหร่ ๆ ก็จะไม่ค่อยที่ออกให้ อย่าง ง่าย ๆ เลยว่าไหมคะ...ตรงนี้เราขอแนะนำเคล็ดวิธีนี้ของเราให้ท่าน ๆ นำมาลองใช้กันดู เพราะเพียงแต่ แค่โรยแป้งป้องกันเอาไว้ก่อนใช้หรือใส่ เพียงเท่านั้นเอง...คราบสกปรกต่าง ๆ อย่างที่ว่า ก็เป็นอันว่า ต้องร้องเพลง เซกู๊ดบายลาโลงไปให้เราอย่างง่าย ๆ

เคล็ดลับในวิธีนี้นั้น... เพียงแต่แค่ให้ใช้แป้งแบบผงที่ใช้โรยตัวเด็ก นำมาทาหรือตบลงไปเสียก่อนที่จะใช้หรือใส่หนึ่งครั้ง ก่อนใช้เท่านั้นเอง.....
เหตุที่ว่าทำไมจึงมีคราบสกปรกนั้น...คราบสกปรกต่าง ๆ เกิดมาจากเหงื่อไคลและน้ำมันที่อยู่ บนผิวหนังของคน คราบสกปรกพวกนี้จะซึมเข้าไปเกาะอยู่ในเนื้อผ้าที่สวมใส่ นอกจากนั้นก็รวมถึงพวก ขี้ฝุ่นและผงต่าง ๆ ที่อยู่ในอากาศอีกด้วย...ว่ามาว่าอย่างนั้น และตรงนี้ถ้าเราโรยแป้งลงไปดักเอาไว้ก่อนที่ สิ่งสกปรกพวกนี้จะมาเกาะบนเนื้อผ้า...สิ่งสกปรกต่าง ๆ จะมาเกาะอยู่ที่แป้งทั้งหมด ดังนั้นผลประโยชน์ที่เรา จะได้รับตามมานั้นก็คือที่เนื้อของผ้าของเราจึงจะยังสะอาดอยู่อย่างนั้น เมื่อเรานำไปซัก...ด้วยแป้งเด็กนั้น มีคุณสมบัติพิเศษที่ละลายง่ายเมื่อโดนน้ำ ดังนั้นคราบสกปรกที่ติดอยู่ที่แป้ง จึงละลายออกไปได้อย่างง่าย ๆ ค่ะ...ง่ามาว่าอย่างนั้น....ในการทดสอบของเรา ว่าไว้ว่าวิธีนี้ใช้ได้กับผ้าทุกชนิด ลองนำไปทำใช้ดูนะคะ รับลองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน เชื่อสิคะ....

 

 เมื่อย่างเข้าสู่หน้าหนาว แม้ว่าอากาศบ้านเราจะไม่หนาวเย็นมากนัก แต่คุณก็ควรใส่ใจในสุขภาพของตัวเองและสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวให้มากขึ้น โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยที่ร่างกายยังบอบบางและมีภูมิต้านทานโรคไม่มากเท่า ผู้ใหญ่เพราะในช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาทองของบรรดาเชื้อไวรัสทั้งหลายที่ เจริญเติบโตได้ดีในอากาศเย็น เป็นเหตุให้สมาชิกในครอบครัวเกิดการเจ็บป่วยได้บ่อยๆ ส่วนจะเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ
          
นายแพทย์เสน่ห์ เจียสกุล ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ ผู้เชี่ยวชาญโรคฮิตติดเชื้อในเด็ก ได้ให้ความรู้ว่า ในช่วงหน้าหนาวความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างเด่นชัดก็คือ อุณหภูมิที่ลดต่ำลงและความชื้นลดลงทำให้อากาศรอบตัวแห้งกว่าปกติ ซึ่ง 2 ประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องกับโรคบางชนิดในเด็กเล็ก คือ

ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

          ไข้หวัดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสศูนย์กลางของโรคอยู่บริเวณเยื่อ บุจมูก ฉะนั้นช่องทางการแพร่กระจายของเชื้อจึงมาจากการจามและการสั่งน้ำมูกส่วน เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดเชื่อไข้หวัดใหญ่นั้น เชื้อจะอยู่บริเวณเยื่อบุของระบบทางเดินหายใจ การแพร่กระจายของเชื้อจึงมาจากการไอเป็นหลัก สำหรับเด็กเล็กๆ โอกาสที่จะเป็นหวัดบ่อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการได้รับเชื้อไวรัสจากบุคคล อื่น มีปัจจัยสำคัญ เช่น จำนวนสมาชิกในบ้าน จำนวนพี่ๆ ที่โรงเรียน และความสะอาดภายในบ้าน เพราะเด็กเล็กจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน การติดเชื้อจึงมาจากสมาชิกในบ้านเป็นหลัก ซึ่งนำเชื้อมาให้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงก็ คือ การสั่งน้ำมูก การจามรดเด็กคลุกคลีอยู่กับเด็กในช่วงที่ตัวเองเป็นหวัด ส่วนทางอ้อมก็คือ เมื่อคนที่เป็นหวัดใช้มือหรือกระดาษปิดปากขณะไอหรือจามแล้วไม่ล้างมือ จากนั้นก็ใช้มือหยิบจับ สัมผัสสิ่งต่างๆ ทำให้เชื้อไวรัสที่ติดอยู่ที่มือแพร่กระจาย เมื่อเจ้าตัวเล็กไปหยิบหรือสัมผัสสิ่งนั้นๆ แล้วใช้มือถูหน้าถูตาหรือหยิบอาหารเข้าปากก็ทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเด็กมักไม่มีภูมิต้านทานจึงทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดในที่สุด หรืออีกกรณีหนึ่งคือ บ้านที่พี่ๆ เข้าโรงเรียนกันหมดแล้วเมื่อพี่ได้รับเชื้อมาจากโรงเรียน ก็สามารถนำมาแพร่ให้กับน้องเล็กที่อยู่บ้านได้เช่นกัน นอกจากนี้ผลพวงจากการที่เด็กเป็นไข้หวัด หากเด็กมีอาการเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดอยู่แล้ว ก็จะทำให้อาการกำเริบได้บ่อยขึ้นในช่วงนี้ด้วย